โบท็อกซ์เกาหลีกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในไทย ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเหมาะกับชาวเอเชีย ราคาจับต้องได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้โบท็อกซ์เกาหลีก็มีหลากหลายแบรนด์มากขึ้น แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกันออกไป การเลือกให้เหมาะกับตัวเองจึงเป็นสิางสำคัญอย่างมาก
บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาทุกคนไปรู้จักกับโบท็อกซ์เกาหลีที่ได้รับความนิยม พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง
โบท็อกซ์เกาหลี คืออะไร ต่างจากโบท็อกซ์อเมริกายังไง?
โบท็อกซ์เกาหลี คือ ผลิตภัณฑ์โบทูลินัม ท็อกซิน ไทป์ เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่ผลิตในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีหลักการทำงานเดียวกับโบท็อกซ์ทั่วไป คือยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการ ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ ทำให้ริ้วรอยจางลง และป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่
โบท็อกซ์เกาหลี และโบท็อกซ์อเมริกามีความแตกต่างกันในหลายด้าน ดังนี้
- ความเข้มข้น โบท็อกซ์เกาหลีมักมีความเข้มข้นน้อยกว่าโบท็อกอเมริกา ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน โบท็อกอเมริกาและโบท็อกซ์เกาหลีจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
- ราคา โบท็อกซ์เกาหลีมักมีราคาถูกกว่าโบท็อกอเมริกา ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกว่า
- เทคนิคการฉีด โบท็อกซ์เกาหลีถูกพัฒนาให้เหมาะกับลักษณะโครงหน้าของคนเอเชีย ในขณะที่โบท็อกซ์อเมริกาจะเหมาะกับโครงหน้าแบบชาวตะวันตก
- การรับรองมาตรฐาน โบท็อกอเมริกาได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ส่วนโบท็อกซ์เกาหลีได้รับการรับรองจาก KFDA (Korean Food and Drug Administration)
โบท็อกซ์เกาหลียอดนิยมในปัจจุบัน มีข้อดีต่างกันยังไง

ในปัจจุบัน มีโบท็อกซ์เกาหลีหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในเมืองไทย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีคุณสมบัติและข้อดีที่แตกต่างกันไป ดังนี้
1. Nabota – โบท็อกซ์เกาหลีคุณภาพสูงระดับพรีเมียม
Nabota เป็นโบท็อกซ์เกาหลีระดับพรีเมียม ผลิตโดยบริษัท Daewoong Pharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทยาชั้นนำของเกาหลีใต้ Nabota ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการอนุมัติจาก FDA สหรัฐอเมริกาในปี 2019 ซึ่งเป็นโบท็อกซ์เกาหลีแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองนี้
Nabota เป็นแบรนด์โบท็อกซ์ที่ THE RITZ CLINIC แนะนำอย่างมาก เพราะมีประสิทธิภาพสูง และเสี่ยงต่อการแพ้น้อยมาก ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC มีบริการฉีดโบท็อกซ์แบรนด์นี้ หากสนใจสามารถทักเข้ามาขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย
จุดเด่น
- คุณภาพสูง ได้มาตรฐานระดับสากล
- มีความบริสุทธิ์สูง ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเกร็ง
- ออกฤทธิ์นานประมาณ 4-5 เดือน
จุดด้อย
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์เกาหลีแบรนด์อื่น (ประมาณ 300-450 บาทต่อยูนิต)
- อาจหาคลินิกที่ให้บริการยากกว่าแบรนด์อื่น
กลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ มีงบประมาณสูง และต้องการความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
2. Botulax – โบท็อกซ์เกาหลีสำหรับผู้เริ่มต้น
Botulax เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เริ่มต้นฉีดโบท็อกซ์ เนื่องจากราคาย่อมเยา นิยมใช้ในคลินิกความงามทั่วไป ผลิตโดยบริษัท Hugel Inc. ซึ่งเป็นบริษัทเวชสำอางชั้นนำของเกาหลี
จุดเด่น
- ราคาย่อมเยา (ประมาณ 150-250 บาทต่อยูนิต)
- ออกฤทธิ์เร็ว เห็นผลใน 2-3 วัน
- เหมาะสำหรับการฉีดครั้งแรกเพื่อทดลองผลลัพธ์
- มีหลายความเข้มข้นให้เลือกตามความต้องการ
จุดด้อย
- ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นกว่าแบรนด์อื่น (ประมาณ 2-3 เดือน)
- อาจเกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
- ผลลัพธ์อาจไม่เป็นธรรมชาติเท่าแบรนด์ระดับพรีเมียม
กลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทดลองใช้โบท็อก มีงบประมาณจำกัด หรือต้องการทำบ่อยครั้ง
3. Neuronox – โบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง
Neuronox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่เน้นความบริสุทธิ์สูง ผลิตโดยบริษัท Medytox Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตโบท็อกซ์รายใหญ่ของเกาหลี
จุดเด่น
- มีความบริสุทธิ์สูง ลดการเกิดภูมิแพ้และผลข้างเคียง
- ไม่ต้องเก็บในตู้เย็น ทำให้สะดวกในการขนส่งและเก็บรักษา
- มีความคงตัวสูง ทำให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ
- ออกฤทธิ์นานประมาณ 3-5 เดือน
จุดด้อย
- ราคาค่อนข้างสูง (ประมาณ 250-350 บาทต่อยูนิต)
- อาจต้องใช้ปริมาณมากกว่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการในบางกรณี
กลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย มีประวัติการแพ้โบท็อกแบรนด์อื่น หรือต้องการความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์
4. Meditoxin – โบท็อกซ์สำหรับการรักษาทางการแพทย์
Meditoxin เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่พัฒนาขึ้นโดยมุ่งเน้นการใช้งานทางการแพทย์ นอกเหนือจากด้านความงาม ผลิตโดยบริษัท Medy-Tox Inc. เช่นเดียวกับ Neuronox แต่มีสูตรที่แตกต่างกัน
จุดเด่น
- เหมาะสำหรับการรักษาทางการแพทย์ เช่น อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ โรคเหงื่อออกมากผิดปกติ
- มีความเสถียรสูง ทำให้ขนส่งและเก็บรักษาได้ง่าย
- มีความเข้มข้นหลายระดับให้เลือกตามความต้องการ
- ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ
จุดด้อย
- ราคาปานกลางถึงสูง (ประมาณ 200-300 บาทต่อยูนิต)
- ออกฤทธิ์ช้ากว่าบางแบรนด์ (อาจใช้เวลา 3-5 วันจึงเห็นผล)
- อาจไม่เหมาะกับการใช้งานเพื่อความงามบางประเภทที่ต้องการความละเอียดสูง
กลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โบท็อกเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เช่น รักษาอาการกล้ามเนื้อเกร็ง หรือรักษาโรคเหงื่อออกมากผิดปกติ
5. Innotox – นวัตกรรมล่าสุดของโบท็อกซ์เกาหลี
Innotox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีรุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดยบริษัท Medytox โดยใช้เทคโนโลยีลิควิดฟอร์ม (Liquid Form) ที่เป็นรูปแบบของสารละลายที่พร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องผสมสารละลาย (dilution) เพิ่มเติม ต่างจากโบท็อกซ์แบบดั้งเดิมที่มาในรูปแบบผงแห้ง (Lyophilized Powder) และต้องผสมกับน้ำเกลือก่อนฉีด
จุดเด่น
- อยู่ในรูปแบบของเหลว ไม่ต้องผสมก่อนใช้ ลดความผิดพลาดในการเตรียม
- ออกฤทธิ์เร็วและสม่ำเสมอกว่า (เห็นผลใน 24-48 ชั่วโมง)
- กระจายตัวได้ดีในเนื้อเยื่อ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ลดอาการเจ็บปวดขณะฉีด
จุดด้อย
- ราคาสูงกว่าโบท็อกรูปแบบดั้งเดิมมาก (ประมาณ 400-600 บาทต่อยูนิต)
- มีระยะเวลาการเก็บรักษาสั้นกว่าแบบผง
- หาคลินิกที่ให้บริการได้ยากกว่า เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่
- ยังไม่มีการศึกษายืนยันผลในระยะยาว
กลุ่มเป้าหมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนวัตกรรมใหม่ กลัวการเจ็บปวดจากการฉีด และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเป็นธรรมชาติ
ตารางเปรียบเทียบโบท็อกซ์เกาหลีแต่ละรุ่น
ตารางเปรียบเทียบโบท็อกซ์แต่ละรุ่น มีดังนี้
เปรียบเทียบด้านประสิทธิภาพและระยะเวลาการแสดงผล
| แบรนด์ | ระยะเวลาเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง | ระยะเวลาแสดงผลลัพธ์ | ความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์ |
| Nabota | 3-4 วัน | 4-5 เดือน | สูงมาก (★★★★★) |
| Botulax | 2-3 วัน | 2-3 เดือน | ปานกลาง (★★★☆☆) |
| Neuronox | 3-4 วัน | 3-5 เดือน | สูง (★★★★☆) |
| Meditoxin | 3-5 วัน | 3-4 เดือน | สูง (★★★★☆) |
| Innotox | 1-2 วัน | 3-4 เดือน | สูงมาก (★★★★★) |
เปรียบเทียบด้านความปลอดภัยและผลข้างเคียง
| แบรนด์ | การรับรองมาตรฐาน | ความเสี่ยงต่อการแพ้ | ผลข้างเคียงทั่วไป |
| Nabota | KFDA, FDA (US) | ต่ำมาก | รอยช้ำ, ปวด, บวมเล็กน้อย |
| Botulax | KFDA | ปานกลาง | รอยช้ำ, ปวด, บวม, อาการแพ้ |
| Neuronox | KFDA, CE (Europe) | ต่ำ | รอยช้ำ, ปวด, บวมเล็กน้อย |
| Meditoxin | KFDA, CE (Europe) | ต่ำ | รอยช้ำ, ปวด, กล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว |
| Innotox | KFDA | ต่ำมาก | ปวดน้อย, บวมเล็กน้อย |
วิธีเลือกโบท็อกซ์เกาหลีให้เหมาะกับตัวเอง
การเลือกโบท็อกซ์ให้เหมาะกับตัวเองนั้นควรพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด ดังนี้
- เลือกโบท็อกซ์ตามวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อลดริ้วรอย เพื่อยกกระชับใบหน้า เพื่อลดกราม เพื่อรักษาเหงื่อออกมากเกินไป
- เลือกโบท็อกซ์ตามสภาพผิวและอายุ เช่น อายุ 25-35 ปี เน้นป้องกันริ้วรอย, อายุ 35-45 ปี เน้นลดเลือนริ้วรอยให้ผิวดูอ่อนเยาว์, อายุ 45 ปีขึ้นไป มักใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เป็นต้น
- ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเลือก เช่น งบประมาณ, ความถี่ในการฉีด เพราะบางรุ่นจะออกฤทธิ์นานกว่า เป็นต้น
ทั้งนี้ ก่อนฉีดโบท็อกซ์ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์ช่วยวางแผนการรักษา และเลือกรุ่นโบท็อกซ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
สรุปบทความ

โบท็อกซ์เกาหลีกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย เพราะมีประสิทธิภาพดี ราคาเข้าถึงได้ง่าย และเหมาะกับโครงหน้าคนเอเชีย โดยแบรนด์ยอดนิยมจะมีด้วยกัน 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ Nabota, Botulax, Neuronox, Meditoxin และ Innotox ซึ่งการเลือกโบท็อกซ์ให้เหมาะกับตัวเองนั้น ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งาน สภาพผิวและอายุ รวมถึงงบประมาณและความถี่ในการฉีด
ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินการรักษา และเลือกรุ่นโบท็อกซ์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด