Peripheral Magnetic Stimulation (PMST)

Peripheral Magnetic Stimulation (PMST)

Wellness

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) คืออะไร

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) หมายถึง การใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นเส้นประสาทส่วนปลาย ช่วยบรรเทาอาการปวด ชา และอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบประสาท โดยคลื่นที่ถูกส่งออกไปจะทำงานกับเนื้อเยื่อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในจุดที่มีปัญหา โดยไม่รบกวนอวัยวะใกล้เคียงหรือทำให้เกิดบาดเจ็บ

 

หลักการทำงานของ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

เครื่อง PMS จะสร้างคลื่นแม่เหล็กกำลังสูงให้แทรกผ่านเสื้อผ้าและลงไปถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูกชั้นลึก จุดที่ต้องการรักษา เมื่อคลื่นทำงาน กล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการจะเกิดการหดและคลายตัวเป็นจังหวะ เหมือนกับการสั่นหรือกระตุกเบา ๆ สิ่งนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายระหว่างการรักษา นอกจากลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อแล้ว PMS ยังช่วยปรับการทำงานของระบบประสาทที่บกพร่อง ด้วยการส่งเสริมกระบวนการ Neuroplasticity หรือการปรับตัวของระบบประสาท ทำให้ลดอาการปวดเรื้อรังได้ดีขึ้น

 

 

กลุ่มอาการที่ PMS สามารถช่วยบำบัดได้

  • ออฟฟิศซินโดรมและอาการปวดต่าง ๆ
    ช่วยลดอาการปวดทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยมักเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • อาการชาตามมือและเท้า
    ช่วยบรรเทาอาการชาอันเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ ปลายประสาทเสื่อม หรือภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน โดยพบว่าดีขึ้นได้ตั้งแต่ 50–100%
  • อาการบาดเจ็บจากกีฬาและอุบัติเหตุ
    เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ เอ็นบาดเจ็บ หรือภาวะเคล็ดขัดยอก PMS สามารถเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและระบบประสาทได้ดี
  • กลุ่มโรคหมอนรองกระดูกและกระดูกสันหลัง
    คลื่นแม่เหล็กสามารถลงไปกระตุ้นถึงรากประสาท ช่วยลดอาการปวดจากการกดทับทั้งที่คอและเอว
  • ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง
    PMS ช่วยลดอาการเกร็ง ฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ และชะลอการฝ่อของกล้ามเนื้อในกลุ่มผู้ป่วยนี้ได้

ประสิทธิภาพของการรักษาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของปัญหาในระบบประสาทของผู้ป่วยแต่ละราย

 

เครื่องมือ กลไกลดปวดหลัก เหมาะกับอาการปวด ระยะเวลาที่ได้ผล
PMS 

(Peripheral magnetic Stimualtion)

กระตุ้นกล้ามเนื้อ → เพิ่มมัดกล้ามเนื้อ 

→ ลดความเมื่อยล้า ลดการกดทับ

  • ปวดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เช่น หลังคลอด, หลังผ่าตัด)
  • ปวดจากท่านั่งนาน (Office syndrome)
เห็นผลเรื่อยๆ หลังทำ 4-6 ครั้ง
Shockwave กระตุ้นการไหลเวียน ลดพังผืด → ลดการอักเสบเรื้อรัง
  • รองช้ำ, เอ็นอักเสบ, ปวดสะบักเรื้อรัง, Trigger point
3-5 ครั้ง เห็นผลชัด
High Power Laser (Class IV) พลังงานเลเซอร์ลึก → ลดการอักเสบเฉียบพลัน/เรื้อรัง
  • ปวดคอบ่าไหล่, ปวดเข่า, ปวดจาก Office syndrome
เห็นผลในครั้งแรกหรือ 2-3 ครั้ง
Hot Pack ความร้อนคลายกล้ามเนื้อ → ลดการเกร็งตึง
  • ปวดกล้ามเนื้อทั่วไ, คอตึง, ปวดบ่า
ชั่วคราว ระยะสั้น
Cool Pack ลดบวม ลดการอักเสบเฉียบพลัน
  • เคล็ด ขัดยอกใหม่ๆ, ปวดหลังจากเล่นกีฬา
ช่วง 24-72 ชม.แรก

 

ประโยชน์ด้านการรักษาและจุดเด่น 

  • กระตุ้นการฟื้นฟู ช่วยลดอาการปวดทั้งแบบฉับพลัน กึ่งเรื้อรัง และเรื้อรัง
  • ทำงานได้ทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับระบบประสาทและจากกล้ามเนื้อ เอ็น หรือกระดูก
  • ส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ
  • ช่วยฟื้นตัวของเส้นประสาท เช่น อาการมือตก เท้าตก แขนขาอ่อนแรง
  • ปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาท (Neuroplasticity) ให้เป็นปกติ
  • ช่วยลดอาการชา อาการปวด อาการเกร็ง
  • เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อได้ แม้ในกลุ่มที่มีอ่อนแรงหรืออัมพาตบางส่วน

ประโยชน์ด้านความสะดวกและความปลอดภัย

  • รู้สึกดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • ไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาบ่อย เพราะผลอยู่ได้นาน
  • ไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างบาดเจ็บ
  • ใช้เวลาไม่นาน เพียงประมาณ 5–30 นาทีต่อครั้ง

จึงถือเป็นแนวทางการรักษาที่เหมาะกับคนทำงานที่มีเวลาจำกัด

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

  • อาจมีอาการล้า หรือตึงกล้ามเนื้อคล้ายออกกำลังกายหนัก ๆ หลังทำ 2–3 วัน
  • คลื่นแม่เหล็กอาจทำให้โลหะร้อนขึ้น ควรถอดเข็มขัด กระดุมโลหะ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนทำ
  • หลีกเลี่ยงในผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโลหะบริเวณที่จะรักษา หรือมีประวัติลมชัก
  • หากมีอาการปวดมากผิดปกติในวันนั้น แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีอื่นก่อน

สนใจทำ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)

นัดประเมินกับแพทย์ เพื่อเลือกตำแหน่งการรักษาและวางแผนการทำ PMS
ให้เหมาะกับอาการและเป้าหมายของคุณ

จองคิว / ปรึกษาแพทย์ผ่าน LINE

แพทย์เป็นผู้ประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล